- 10.30-19.30 น.
- @odontologia
- Odontologia Dental Clinic
- odontologiadental_clinic
- 062-339-3703
บทความ และ ข่าวสาร
วิธีแปรงฟันสำหรับคนจัดฟันอย่างถูกวิธี คนที่มีการจัดฟัน คงรู้ดีว่า การติดตั้งเครื่องมือจัดฟันในช่องปาก เป็นอุปสรรคในการทำความสะอาดช่องปากและฟันอย่างมาก วิธีแปรงฟันสำหรับคนจัดฟันจึงมีรายละเอียดหลายอย่างที่ต้องรู้ เพื่อการรักษาสุขภาพช่องปากและฟันอย่างมีประสิทธิภาพ ควรแปรงฟันจัดฟันอย่างไรให้สะอาดเพื่อป้องกันการเกิดอาการฟันผุระหว่างที่จัดฟันได้ ในบทความนี้เรามีเคล็ดลับวิธี แปรงฟันสำหรับคนจัดฟัน มาฝากกัน คนจัดฟัน มักพบเจอปัญหาอะไรบ้าง วิธีแปรงฟันสําหรับคนจัดฟันที่มีประสิทธิภาพ วิธีเลือกแปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟันวิธีการเลือกแปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟัน ยังมีแปรงแบบพิเศษ เพื่อให้การแปรงฟันที่จัดฟันสะอาดมากขึ้นด้วย เช่น การใช้ไหมขัดฟัน ร่วมกับวิธีแปรงฟันสำหรับคนจัดฟัน เพื่อการทำความสะอาดช่องปากที่มีประสิทธิภาพ การใช้ไหมขัดฟันร่วมกับวิธีแปรงฟันสำหรับคนจัดฟันจะได้ผลที่ดีขึ้นด้วย วิธีใช้ไหมขัดฟัน คือ ค่อย ๆ สอดไหมขัดฟันเข้าไประหว่างเครื่องมือของฟันแต่ละซี่ โดย ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดด้านข้างของตัวฟัน โดยถูขึ้นลงอย่างเบามือ และควรใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง สรุปวิธีแปรงฟันสำหรับคนจัดฟัน เพื่อให้ช่องปากสุขภาพดี วิธีแปรงฟันสำหรับคนจัดฟันนั้น ไม่ได้มีขั้นตอนยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงแค่อาจมีการใช้เครื่องมือแปรงฟันเพื่อการจัดฟันแบบพิเศษ ที่สามารถทำความสะอาดซอกฟันสำหรับคนจัดฟันได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้น การแปรงฟันสำหรับคนจัดฟันแบบติดเครื่องมือ ก็คือ ควรเพิ่มเวลาในการแปรงฟันในแต่ละครั้งให้นานมากขึ้น และควรมีการแปรงบ่อยครั้งขึ้น อย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง หลังการรับประทานอาหาร และต้องแปรงอย่างถูกวิธี จะทำให้ลดสาเหตุการเกิดกลิ่นปาก
อาการเหงือกร่น เป็นปัญหาสุขภาพเหงือกที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างฟันแต่กำเนิด หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หากปล่อยทิ้งไว้ก็อาจทำให้เกิดปัญหาฟันที่ลุกลามจนนำไปสู่การสูญเสียฟันได้อย่างถาวร ดังนั้นเมื่อหากเกิดเหงือกร่นควรทำไงดี และมีวิธีการรักษาอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ ลักษณะของอาการเหงือกร่น ลักษณะอาการเหงือกร่น คือ อาการที่เนื้อเยื่อรอบ ๆ เหงือกอ่อนแอลงจากสาเหตุต่าง ๆ ทำให้เหงือกร่นลงไปหารากฟัน ส่งผลให้บริเวณขอบเหงือกเกิดการสะสมของเชื้อโรคหรือแบคทีเรียได้ง่ายกว่าปกติ หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่รักษา ก็จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพฟันต่าง ๆ ตามมาได้อาการเหงือกร่นนั้น สามารถทำให้เกิดอาการเสียวฟันและปวดฟันขณะรับประทานอาหาร เลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน มองเห็นเนื้อฟันยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีกลิ่นปาก นอกจากนี้อาการเหงือกร่นยังทำให้กระดูกสันเหงือกละลาย ส่งผลให้ฟันโยก และมีอาการเจ็บปวดได้ด้วย รวมสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการเหงือกร่น วิธีรักษาอาการเหงือกร่นโดยทันตแพทย์การรักษาอาการเหงือกร่นโดยทันตแพทย์ จะเริ่มจากการตรวจหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหงือกร่นก่อน เช่น อาการเหงือกร่นที่เกิดจากฟันเก หรืออาการเหงือกร่นที่เกิดจากพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดฟันผิดวิธี หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นประจำ หลังจากนั้นจะรักษาต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหงือกร่น เพื่อทำให้สุขภาพเหงือกกลับมาเป็นปกติมากที่สุด รักษาอาการเหงือกร่น ด้วยการเกลารากฟันการเกลารากฟัน คือ การกำจัดคราบจุลินทรีย์และหินปูนที่สะสมอยู่ในบริเวณผิวรากฟัน หรือใต้เหงือก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการเหงือกร่น โดยทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือปริทันต์โดยเฉพาะ เช่น คิวเรตต์ (Curette)
ดูแลตัวเองหลังขูดหินปูนอย่างไร คราบหินปูที่ฟันของเราคือตัวร้ายที่ต้องถูกกำจัดออกไป ทันตแพทย์จึงแนะนำให้เราเข้ารับการตรวจสุขภาพและขูดหินปูนอย่างสม่ำเสมอ แต่หลายคนกลับพบปัญหา หลังขูดหินปูนแล้ว กลับมีเลือดออกไม่ยอมหยุด, ขูดหินปูนแล้วเสียวฟัน ทานอะไรก็ไม่อร่อย มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจ ว่าหลังขูดหินปูนต้องดูแลตัวเองอย่างไร ไม่ให้มีปัญหากวนใจเหล่านี้ คราบหินปูนที่ฟันเกิดขึ้นได้อย่างไร หินปูนที่อยู่บนผิวฟันของเราเกิดจากการสะสมของจุลินทรีย์หรือคราบอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันของเราจนกลายเป็นฟิล์มเคลือบอยู่บนฟัน หรือที่เรียกว่าคราบพลัค หากเราไม่ทำความสะอาดเอาคราบพลัคออกให้หมด คราบพลัคเหล่านั้นจะจับตัวเป็นก้อนแข็งติดตามคอฟันกลายเป็นคราบหินปูน ซึ่งหากกลายเป็นคราบหินปูนแล้วเราจะไม่สามารถทำเอาออกเองได้ ต้องให้ทันตแพทย์ทำการขูดออกให้เท่านั้นเพราะต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ขูดหินปูนด้วยคลื่นความถี่สูง ในการขจัดคราบหินปูนฝังลึก ข้อดีของการขูดหินปูนที่ฟันเป็นประจำ หลังขูดหินปูนต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง วิธีช่วยลดคราบหินปูนที่ฟัน การดูแลตัวเองหลังขูดหินปูนไม่ใช่เรื่องยาก แต่การดูแลฟันในระยะยาวให้ปราศจากคราบหินปูนมากวนใจ จะช่วยให้เราไม่ต้องขูดหินปูนบ่อยครั้ง ลดปัญหากลิ่นปาก ฟันผุ และปัญหาโรคในช่องปาก หมั่นเข้าคลินิกทันตกรรม ทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้ทันตแพทย์ช่วยขูดหินปูนที่สะสมอยู่ในช่องปาก โดยเฉพาะในบริเวณที่ทำความสะอาดได้ยาก เพื่อให้ฟันของเราแข็งแรงและอยู่กับเราไปนานๆ คือหัวใจสำคัญที่ทำได้ง่ายกว่าอย่างแน่นอน อ้างอิง https://www.thantakit.com/th/dental-blogs/how-should-take-care-after-dental-scaling/
หลังจากที่เราเข้ารับการรักษาด้วยการอุดฟัน เพื่อเติมเต็มเนื้อฟันจากการสูญเสียด้วยสาเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟันผุ ฟันบิ่น ฟันแตก หรือวัสดุอุดฟันเก่าชำรุด หนึ่งในผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการรักษาก็คือการอุดฟันแล้วยังคงมีอาการปวดอยู่ แล้วทำไมอุดฟันแล้วปวด? สาเหตุของการปวดฟันที่อุดเสร็จใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้จากอะไรบ้าง? เราจะพาคุณไปหาคำตอบ ทำไมอุดฟันแล้วปวด?อาการปวด หรือเสียวฟันหลังจากอุดฟัน เป็นอาการที่พบได้ทั่วไป เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น อาการปวดและเสียวฟันที่เกิดจากสาเหตุเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เป็นอันตราย สามารถหายได้เอง โดยอาการปวดหลังจากอุดฟันควรจะหายภายใน 2 – 3 วัน และอาการเสียวฟันหลังจากอุดฟันควรจะหายภายใน 7 – 14 วัน ถ้าหากเกิน 2 สัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษาและแก้ไข เพราะอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ที่ไม่สามารถหายได้เองได้ สาเหตุของการปวดฟันที่อุดเสร็จใหม่ ๆ ที่ควรระวังนอกจากสาเหตุที่ทำให้อุดฟันแล้วปวดที่กล่าวไปในข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดฟันหลังจากอุดฟันได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ไม่สามารถหายได้เอง และจะต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษาใหม่ ดังนี้ อย่างไรก็ตาม หากเข้ารับการรักษาด้วยการอุดฟันเฉย ๆ ไม่ทำการรักษาเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟัน
การทำความสะอาดฟันและช่องปากด้วยวิธีการแปรงฟันเพียงเดียว ไม่สามารถกำจัดเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามซอกฟันได้หมด ถ้าหากปล่อยวิ่งก็จะทำให้กลายเป็นแหล่งสะสมของคราบแบคทีเรีย กลายเป็นคราบหินปูน และนำไปสู่การเป็นโรคฟันผุ หรือโรคเหงือกอักเสบได้ ไหมขัดฟัน คืออะไร?ไหมขัดฟัน (Dental Floss) คือ อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดซอกฟันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สามารถใช้ขจัดเศษอาหารและคราบแบคทีเรียที่ติดอยู่ตามซอกฟันได้หมดจด โดยจะแบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก ๆ คือ -ไนลอน หรือมัลติฟิลาเมนต์ (Multifilament) เป็นเส้นใยไนลอนสังเคราะห์ขนาดเล็กและบาง หลาย ๆ เส้นมาม้วนรวมกันเป็นเส้นเดียว มีให้เลือกทั้งแบบเคลือบและไม่เคลือบ และมีหลายรสชาติ มีราคาถูกกว่าเส้นใย PTFE แต่จะมีโอกาสฉีกขาดได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะการใช้ไหมขัดฟันในบริเวณที่ค่อนข้างแน่น -PTFE (Polytetrafluoroethylene) หรือโมโนพิลาเมนต์ (Monofilament) เป็นเส้นใยพลาสติกสังเคราะห์เส้นเดียว มีความเหนียวและขนาดเล็กกว่าเส้นใยไนลอน แต่จะมีราคาแพงกว่าด้วย ไหมขัดฟันมีประโยชน์อย่างไร ทำไมทุกคนต้องใช้?แม้ว่าจะได้ยินบ่อย ๆ จากทันตแพทย์ว่า เราควรใช้ไหมขัดฟันร่วมกับการแปรงฟันทุกครั้ง แต่ก็ยังมีหลายคนที่สงสัยว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงเหรอ แค่การแปรงฟันอย่างเดียวไม่เพียงพอเหรอ เพื่อช่วยคลายข้อสงสัยให้กับคุณ เรามีประโยชน์ของการใช้ไหมขัดตามซอกฟันมาฝาก ไปดูกันเลย วิธีใช้ไหมขัดฟันที่ถูกต้องเป็นอย่างไร?การใช้ไหมขัดตามซอกฟันซอกเหงือกนั้น มีวิธีการใช้งานดังนี้-ดึงไหมที่ใช้ขัดฟันออกมาประมาณ
ไม่ว่าคุณพ่อหรือคุณแม่ท่านใด ก็อยากให้ลูกน้อยมีฟันที่เรียงตัวสวยงาม เพื่อให้เค้ามีรูปหน้าที่สมส่วน และมีรอยยิ้มได้อย่างมั่นใจ แต่จะให้ลูกเริ่มจัดฟันตั้งแต่ยังเด็ก ก็มีคำถามในใจที่ว่า ยังเด็กอยู่เลยจะจัดฟันได้ไหม หรือ ค่อยไปจัดฟันตอนโตก็คงให้ผลลัพธ์ที่เหมือน ๆ กัน ซึ่งแท้จริงแล้ว การจัดฟันเด็กตั้งแต่อายุยังเล็ก จะช่วยแก้ไขปัญหาความผิดปกติในฟันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และยังช่วยแก้ไขปัญหาการพูดไม่ชัด ฟันผุ เหงือกร่น และยังเป็นการช่วยปรับรูปหน้าของลูกน้อย ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการจัดฟันในตอนโตอีกด้วย การจัดฟันเด็กเริ่มได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่สามารถเริ่มต้นจัดฟันเด็กได้ ตั้งแต่อายุ 7 – 10 ปี หรือในกรณีที่เด็กมีฟันซ้อน ฟันเก หรือฟันห่าง ที่ส่งผลต่อความมั่นใจ การพูดออกเสียง และการทำความสะอาดฟันของลูกน้อย กระทบต่อสุขภาพภายในช่องปาก รวมถึงมีปัญหาความผิดปกติของการสบฟัน หรือตำแหน่งขากรรไกรที่ผิดปกติ ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่ไม่รีบดูแลรักษาตั้งแต่ตอนที่เค้ายังเป็นเด็ก อาจทำให้เกิดปัญหาคางยื่น หรือหน้าเบี้ยวได้ในอนาคต และทางเลือกในการรักษาอาจเป็นการผ่าตัด หรือการรักษาที่ซับซ้อนและยุ่งยากมากขึ้นได้ ซึ่งโดยหลัก ๆ การจัดฟันในเด็กนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะด้วยกัน ดังนี้-Interceptive Treatment : เป็นช่วงระยะการจัดฟันในเด็ก เพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาความผิดปกติภายในช่องปากบางอย่างให้มีน้อยลงหรือหมดไป-Comprehensive
การฟอกสีฟัน อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องกลับมาทำบ่อยหรือไม่? ทำความเข้าใจกับการฟอกสีฟัน การฟอกสีฟัน มีกี่แบบการฟอกสีฟันจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ คือ ฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ และฟอกสีฟันที่บ้าน โดยทั้งสองวิธีจะใช้น้ำยาฟอกสีฟันที่มีส่วนผสมของไฮโดรเจนเปอร์เหมือนกัน แต่จะมีระดับความเข้มข้น และรายละเอียดแตกต่างกัน ดังนี้ ฟอกสีฟันเองที่บ้านนั้น จะมีข้อดีตรงที่มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า แต่จะต้องทำติดต่อกันเป็นระยะเวลา ประมาณ 3 – 4 สัปดาห์กว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม คุณสามารถฟอกสีฟันที่คลินิกทันตกรรมก่อน แล้วซื้อชุดเครื่องมือฟอกสีฟันกลับมาฟอกต่อเนื่องที่บ้านได้ ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ในการฟอกฟันขาวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ฟอกสีฟันอยู่ได้นานแค่ไหนผลลัพธ์ของการฟอกสีฟันจะขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล หากหลังจากที่ฟอกสีฟันแล้ว ผู้ที่ฟอกสีฟันมีการทำความสะอาดฟันและช่องปากอย่างถูกวิธีอยู่เสมอ ร่วมกับหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดคราบสีติดฟันได้ง่าย เช่น ชา กาแฟ หรือไวน์แดง และงดการสูบบุหรี่ ก็จะช่วยให้รักษาฟันให้ขาวนานได้ยิ่งขึ้น การฟอกสีฟัน ทำได้บ่อยขนาดไหนในช่วงแรกที่ทำการฟอกสีฟันจะต้องทำติดต่อกันอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะได้ระดับสีฟันที่พึงพอใจ เช่น หากฟอกสีฟันที่คลินิก ทันตแพทย์อาจนัดหมายให้มาฟอกสีฟันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือหากฟอกสีฟันที่บ้านก็ทำให้ติดกันทุกวัน หรือวันเว้นวัน เป็นต้น หลังจากนั้นหากต้องการรักษาระดับความขาวก็สามารถกลับมาฟอกสีฟันซ้ำทุก
การจัดฟัน (Orthodontics) คือ การรักษาทันตกรรมเฉพาะทางสาขาหนึ่ง ในการวิเคราะห์ วินิจฉัยและวางแผนป้องกันรักษาความผิดปกติของการเรียงฟัน การสบฟัน รวมถึงปัญหาที่เกี่ยวกับขากรรไกรที่จำเป็นต้องสัมพันธ์กับใบหน้า เป็นการรักษาเพื่อให้มีการสบฟันที่ดีขึ้น การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดฟันผุหรือโรคเหงือกอันเนื่องมาจากฟันเรียงตัวผิดปกติ ฟันซ้อนเกหรือแปรงฟันไม่ทั่วถึง และหลีกเลี่ยงการเกิดรอยสึกของฟันจากการเรียงฟันหรือการสบฟันที่ไม่เหมาะสม จัดฟัน ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? การจัดฟันไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามของรอยยิ้มเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปากและการใช้ชีวิตประจำวันหลายด้าน ดังนี้ จัดฟันมีกี่แบบ?รูปแบบชนิดของการจัดฟัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ 1.การจัดฟันแบบติดเครื่องมือ : เป็นการจัดฟันที่ใช้เครื่องมือยึดติดกับผิวฟันตลอดระยะเวลาการรักษา ต้องมาพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อปรับแรงอย่างสม่ำเสมอ2.การจัดฟันแบบไม่ติดเครื่องมือ : เช่น Invisalign ซึ่งเป็นเครื่องมือจัดฟันใส สามารถถอดเข้า-ออกได้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกและรูปลักษณ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ก่อนจัดฟัน ดัดฟัน ต้องเตรียมตัวอย่างไร ? สำหรับใครที่กำลังวางแผนจัดฟันครั้งแรก การเตรียมให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการจัดฟันเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากเตรียมความพร้อมทั้งด้านสุขภาพช่องปากและด้านอื่น ๆ อย่างรอบคอบ จะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หมอสรุปการเตรียมตัวก่อนจัดฟัน ดัดฟันครั้งแรก ไว้ดังนี้ การจัดฟัน
คราบเหลืองที่ฟัน แม้ว่าจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในทันที แต่ก็ทำให้หลายคนสูญเสียความมั่นใจ และไม่กล้าที่จะเปิดเผยรอยยิ้มของตนเอง แต่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะเราจะพาไปทำความรู้จักสาเหตุฟันเหลืองว่าฟันเหลืองเกิดจากอะไรนั้น แล้วมีวิธีการรักษาให้ฟันเหลืองกลับมาขาวขึ้นได้อย่างไร เราได้รวบรวมคำตอบมาให้แล้ว คราบเหลืองที่ฟันคืออะไรและเกิดจากอะไรคราบเหลืองที่ฟัน คือ แผ่นคราบจุลินทรีย์ (Bacterial plaque) มีสีขาวขุ่นและนิ่ม ประกอบไปด้วยเชื้อโรคต่าง ๆ ที่ติดอยู่บนฟัน เมื่อมีธาตุแคลเซียมจากน้ำลายเข้าไปตกตะกอน คราบจุลินทรีย์จะเกิดการแข็งตัวจนกลายเป็นคราบหินปูนนั่นเอง สำหรับคำถามที่ว่า ฟันเหลืองเกิดจากอะไรนั้น กระบวนการเกิดคราบเหลืองที่ฟันจะเริ่มหลังจากที่เราแปรงฟันไม่สะอาด ทำให้มีเชื้อโรคตกค้างอยู่ในช่องปากและเกาะทับถมกันจนกลายเป็นคราบจุลินทรีย์ และพัฒนากลายเป็นคราบหินปูนที่ติดแน่นอยู่บนฟัน มีสีเหลือง ไม่สามารถแปรงฟันออกได้ จึงจำเป็นต้องเอาออกด้วยวิธีการขูดหินปูนโดยทันตแพทย์เท่านั้น สาเหตุฟันเหลืองที่หลายคนไม่เคยรู้สาเหตุฟันเหลือง แบ่งเป็น 2 สาเหตุใหญ่ ๆ คือ คราบเหลืองที่ฟันที่เกิดจากปัจจัยภายนอก และคราบเหลืองที่ฟันที่เกิดจากปัจจัยภายใน ซึ่งทั้ง 2 สาเหตุจะมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน มีรายละเอียดดังนี้ คราบเหลืองที่ฟันที่เกิดจากปัจจัยภายนอกคราบเหลืองที่ฟันที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นสาเหตุฟันเหลืองที่พบบ่อยมากที่สุด โดยมักเกิดจากอาหาร หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จนทำให้เกิดคราบจุลินทรีย์เกาะที่ผิวเคลือบฟัน เช่น วิธีแก้ไขคราบเหลืองที่ฟันโดยทันตแพทย์แนะนำสำหรับผู้ที่มีคราบเหลืองที่ฟันและต้องการรักษาให้เนื้อฟันดูขาวกระจ่างใส แนะนำให้เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุฟันเหลือง และรักษาที่สาเหตุ ก็จะช่วยมีฟันขาวและมีรอยยิ้มที่สดใส โดยวิธีแก้ไขคราบเหลืองที่ฟันที่ทันตแพทย์แนะนำ